ประวัติศาสตร์! ทองพุ่งทะลุ 71,700 บาท เซ่นพิษ สงครามการค้า

เจาะลึกวิกฤตการณ์ทองคำโลก พุ่งทุบสถิติ 71,700 บาท เซ่นพิษปม "กรีนแลนด์" และสงครามการค้าสหรัฐฯ-ยุโรป
ตลาดทองคำไทยและโลกเผชิญกับวันแห่งประวัติศาสตร์อีกครั้ง เมื่อราคาทองคำพุ่งทะยานทำจุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) อย่างต่อเนื่อง
โดยราคาทองคำแท่งในประเทศทะลุระดับ 71,700 บาท ขณะที่ราคาในตลาดโลก (Gold Spot) แตะระดับ 4,864 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ท่ามกลางวิกฤตความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก
ตามประกาศจากสมาคมค้าทองคำ ประจำวันพุธที่ 21 มกราคม 2569
ราคามีการปรับเปลี่ยนอย่างรุนแรงและรวดเร็ว โดยมีการปรับขึ้นรวมแล้วกว่า 2,100 บาทจากการปิดตลาดเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่ไหลเข้าสู่ตลาดอย่างมหาศาล
โดยชนวนเหตุสำคัญ "ปมเกาะกรีนแลนด์" และการเผชิญหน้าในเวที WEF
ยังเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำในวันนี้มาจากสถานการณ์ในงาน World Economic Forum (WEF) ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งครบรอบ 1 ปีการกลับมาดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
- ความตึงเครียดเรื่องเกาะกรีนแลนด์ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการเข้าซื้อเกาะกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้แก่กลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป (EU) โดยนายกรัฐมนตรีเดนมาร์กและผู้นำแคนาดาได้ออกมาแถลงการณ์คัดค้านอย่างเป็นทางการในเวทีเดียวกัน
- มาตรการกำแพงภาษี สหรัฐฯ เตรียมบังคับใช้ภาษีนำเข้าเพิ่มเติมในอัตรา 10% ต่อ 8 ประเทศหลักในยุโรปตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ และอาจขยับขึ้นเป็น 25% ในเดือนมิถุนายน หากไม่มีข้อตกลงที่น่าพึงพอใจเกี่ยวกับประเด็นในอาร์กติก
- การตอบโต้จากยุโรป มีกระแสข่าวว่าบางประเทศในสหภาพยุโรปอาจพิจารณามาตรการตอบโต้ด้วยการเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อลดการพึ่งพาสินทรัพย์ดอลลาร์ ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกเริ่มวิตกต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโลก
ปัจจัยที่หนุนทางเศรษฐกิจและค่าเงิน
นอกจากการเมืองแล้ว ราคาทองคำยังได้รับอานิสงส์จากภาวะถดถอยของค่าเงินดอลลาร์และตลาดพันธบัตร
: ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่า (DXY) ร่วงลงสู่ระดับ 98.46 จุด สะท้อนถึงการไหลออกของเงินทุนจากดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่สินทรัพย์ที่มีความมั่นคงกว่าในช่วงวิกฤต
: วิกฤตพันธบัตรญี่ปุ่น ความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพทางการเงินของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ หลังจากตลาดพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) เผชิญภาวะชะลอตัวอย่างหนัก ทำให้นักลงทุนมองหาทองคำในฐานะ "สินทรัพย์ป้องกันการด้อยค่าของเงิน" (Debasement Trade)
แนวโน้มการสะสมทองคำของธนาคารกลาง (De-dollarization)
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเป็นผู้ซื้อสุทธิในตลาดทองคำอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาสกุลเงินหลัก โดยมีรายงานสำคัญดังนี้
: ธนาคารกลางโปแลนด์ ประกาศเป้าหมายเพิ่มปริมาณทองคำสำรองสู่ระดับ 700 ตัน ภายในปีนี้
: กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ มีการโยกย้ายทุนสำรองระหว่างประเทศจากพันธบัตรดอลลาร์มาเป็นทองคำแท่งในสัดส่วนที่สูงที่สุดในรอบทศวรรษ
ทิศทางตลาดที่ต้องจับตา
นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำระบุว่า ปัจจุบันทองคำกำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายทางจิตวิทยาที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะสั้น คือการแถลงสุนทรพจน์เพิ่มเติมของผู้นำสหรัฐฯ ในค่ำคืนนี้
และรายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่จะเปิดเผยในช่วงปลายสัปดาห์
ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ทิศทางเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในระยะถัดไป
สรุปสถิติ ในปี 2569 นี้ ราคาทองคำโลกได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) เป็นครั้งที่ 5 แล้ว สะท้อนถึงแรงศรัทธาของนักลงทุนที่มีต่อทองคำในยุคแห่งความผันผวนทางการเมืองและการค้าระหว่างประเทศ
Admin แมวเหมียว
